• LOGIN
  • No products in the cart.

5 วิธีเลี้ยงลูก ไม่ให้ติด Smart Phone

เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงอุปกรณ์สื่อสารประเภทต่าง ๆ ในยุคดิจิทัลเช่นปัจจุบันได้เลย ที่สำคัญเรากลับเห็นพ่อแม่ในยุคใหม่นี้หลายคนก็ใช้อุปกรณ์เหล่านี้ในการเลี้ยงลูกเสียด้วย (หากไม่เชื่อเวลาเข้าร้านอาหารภายในห้างสรรพสินค้า คุณต้องเห็นสักโต๊ะที่มีลูกเล็ก ๆ จะต้องเห็นว่าเด็กเหล่านี้กำลังเล่นแท็บเลตหรือสมาร์ทโฟนอยู่แน่ ๆ) แม้จะดูว่าทำให้เด็ก ๆ สงบและเลิกมีพฤติกรรมซุกซนวุ่นวาย แต่เชื่อไหมคะว่าเป็นผลเสียระยะยาวไม่เพียงแต่เด็กเท่านั้น แต่มีผลถึงความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวระยะยาวเลยค่ะ

กุมารแพทย์และนักจิตวิทยาพัฒนาการหลายคนได้ให้ข้อมูลว่า ในเด็กที่กำลังโตนี้จะมีพัฒนาการที่ก้าวกระโดดอย่างมาก จำเป็นจะต้องได้รับการแนะนำและการเลี้ยงดูที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิสัมพันธ์กับบุคคลรอบตัว เพราะจะเป็นการสอนให้เด็กรู้จักแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมเมื่อเข้าสังคมได้ เช่น เรียนรู้ที่จะแสดงออกอย่างเหมาะสมเมื่อมีความต้องการอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่โวยวายหรือแสดงอาการก้าวร้าวเมื่อโดนขัดใจ มีทักษะในการเลือกใช้คำหรือแสดงพฤติกรรมที่สอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการสื่อสาร เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะไม่แสดงออกมาจากอุปกรณ์ทันสมัยทั้งหลายเหล่านั้นค่ะ แต่หากผู้ปกครองคนใดที่เลี้ยงลูกด้วยอุปกรณ์เหล่านี้ นักวิชาการได้ให้ข้อมูลว่า อาจทำให้เด็กมีปัญหาสมาธิสั้น มีความอดทนต่อสิ่งต่างๆ ได้ลดลง นำไปสู่การแสดงออกอย่างก้าวร้าวเมื่อไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ รวมทั้งทำให้ปฏิสัมพันธ์และทักษะการเข้าสังคมแย่ลง ซึ่งมีผลกระทบต่อตัวเด็กเองและคนรอบตัว ซึ่งไม่ใช่เพียงคนในครอบครัวเท่านั้น

แล้วเราจะเลี้ยงเด็กอย่างไรให้ปลอดภัยจากอุปกรณ์เหล่านี้ ในเมื่อเราเองก็ใช้เป็นประจำและห้ามเด็กไม่ให้ใช้ก็คงจะไม่ได้ วันนี้ป้ามีแนวทางง่าย ๆ มาแนะนำค่ะ

1.กำหนดเวลาที่ให้ใช้สมาร์ทโฟนหรือแทปเล็ตได้

เป็นจำนวนนาทีหรือชั่วโมงต่อวัน พร้อมทั้งให้เด็กระบุชัดเจนว่า ใช้เพื่อจุดประสงค์ใด เพื่อความรู้ ความบันเทิงหรือเล่นเกม โดยผู้ปกครองต้องเคารพการตัดสินใจของเด็กและห้ามตำหนิหากใช้เพื่อความบันเทิง แต่ให้กำหนดเวลาที่สามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้ได้

2.หลีกเลี่ยงการให้อุปกรณ์เหล่านี้เมื่อเด็กมีการเรียกหาหรือแสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

ตัวอย่างเช่น กรีดร้อง โวยวาย ดิ้นพล่านกับพื้น เพราะเด็กจะมีการจดจำและเรียนรู้ว่า หากเขาแสดงออกแบบนั้น เขาจะได้ในสิ่งที่ต้องการ แนะนำให้พ่อแม่คุยด้วยเหตุผลและมีความอดทนในการสอนเด็ก

  • สำหรับเด็กที่โตบ้าง (อายุมากกว่า 5-7 ปี) ป้าแนะนำวิธี Timed-out หรือการจำกัดบริเวณ ให้เด็กที่แสดงออกไม่เหมาะสมไปนั่งอยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นเวลาจำกัด เช่น 5 นาที 10 นาที โดยให้เด็กยังอยู่ในสายตาและการดูแลของเรา หากเด็กละเมิดกฎและออกจากการควบคุม ให้พาหรือนำเด็กกลับไปจุดเดิมและเริ่มจับเวลาใหม่ วิธีการนี้อาจจะใช้ความอดทนสูงหน่อยในระยะแรก แต่เด็กจะเรียนรู้ว่า หากแสดงออกไม่เหมาะสม เขาจะต้องถูกกักบริเวณ โดยไม่มีสิ่งของหรือกิจกรรมใด ๆ ให้ทำ

3.หลีกเลี่ยงการให้รางวัลเด็กเมื่อทำดีด้วยการได้เล่นอุปกรณ์เหล่านี้

แต่ให้รางวัลเป็นสิ่งอื่น ๆ เช่น การชมเชย หนังสือหรือสมุดใหม่ เครื่องเขียนน่ารัก ๆ หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น รองเท้ากีฬา ไม้แบดมินตัน เป็นต้น

4.ผู้ปกครองต้องบริหารเวลาเพื่อดูแลเด็ก ๆ

การพาไปทำกิจกรรมนอกบ้านร่วมกัน หรือหากิจกรรมอื่นๆ ให้เด็กได้ทำ เช่น อ่านหนังสือ ปั้นดินน้ำมัน เล่นการละเล่นอื่น ๆ ที่ได้ขยับร่างกาย

5.หากมีการฝากเลี้ยงหรือดูแลที่สถานดูแลเด็ก หลีกเลี่ยงการให้เด็กได้พกโทรศัพท์

แต่ให้เอาไว้กับผู้ดูแลหรือพี่เลี้ยงที่รับผิดชอบ เพื่อใช้ในการติดต่อเท่านั้น

เท่านี้ เราก็สามารถทำให้ลูกหลานของเราปลอดภัยจากการใช้อุปกรณ์เหล่านี้มากเกินไปแล้วค่ะ

October 27, 2017
Copyright © 2016. Whatdidsheeat?
X