• LOGIN
  • No products in the cart.

ทำไมพ่อแม่ต้องใส่ใจพฤติกรรมสุขภาพของลูกในวัย 3-5 ขวบ?

เด็กช่วงอายุ 3-5 ขวบ ต้องการการเอาใจใส่ไม่แพ้เด็กเล็กหรือทารก ทั้งการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมและสมดุล และการออกกำลังกายหรือมีกิจวัตรประจำวันที่เพียงพอ

แม้เราจะให้การดูแลเอาใจใส่ลูกของเราด้วยการให้กินนมมารดา อาหารหลากหลายในช่วงแรกของชีวิตน้อยๆ แล้ว ในช่วงอายุ 3-5 ขวบเองก็เป็นช่วงที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นช่วงที่มีบทบาทต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของลูกน้อยของเราเลยทีเดียว วันนี้เรามาคุยกันถึงเหตุผลที่ต้องเอาใจใส่เด็กวัยนี้และพัฒนาการที่สำคัญของช่วงวัยนี้ครับ

วัยนี้คือ วัยแห่งการเริ่มเรียนรู้ภาษา สิ่งรอบตัวและความแตกต่างของสิ่งต่างๆ

ในช่วงลูกน้อยของเรากำลังหัดพูด หัดสื่อสารและมีกิจกรรมทางร่างกายต่างๆ อาจยังพบว่า เมื่อเจอหน้าคุณแม่ก็เรียก “แม่” หรือเจอคุณพ่อก็ยังติดอยู่ที่คำว่า “แม่” ได้ แต่ในช่วงอายุ 3 ขวบนี้คือช่วงวัยที่เริ่มแยกความแตกต่างระหว่างสิ่งต่างๆ ได้แล้ว ซึ่งมีผลต่อพัฒนาการทางด้านการรับรู้ สมองและระบบประสาทเป็นอย่างมาก เพราะในวัยนี้สามารถเรียนรู้ จดจำและแยกแยะความแตกต่างของสิ่งต่างๆ พื้นฐานในชีวิตประจำวันได้ดี เช่น สี รูปร่างของวัตถุ ขนาด เป็นต้น เด็กวัยนี้จึงเหมาะสมกับการใช้หนังสือภาพเพื่อประกอบการเล่าเรื่องราวหรือสอนสิ่งต่างๆ ให้เด็กวัยนี้มีพัฒนาการที่ดีขึ้น

นอกจากการเรียนรู้ความแตกต่างแล้ว ยังเป็นวัยที่เริ่มมีพัฒนาการทางภาษาชัดเจน เรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆ ได้มากขึ้น ออกเสียงได้ชัดเจนขึ้น เพราะพัฒนาการของสมองและกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องเริ่มมีความสมบูรณ์ จึงมักพบว่าวัยนี้ช่างคุย ช่างพูดจา รวมทั้งอาจเริ่มเล่าเรื่องราวที่ประสบผ่านมาได้เป็นขั้นตอนมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่ควรทราบคือ เด็กวัยนี้จะยังไม่เข้าใจและแยกแยะคำหยาบคาย จึงอาจพบการใช้กลุ่มคำดังกล่าวได้ แนะนำให้ผู้ปกครองสอนให้ใช้คำอื่นๆ ทดแทนเมื่อเด็กมีการใช้กลุ่มคำดังกล่าวออกมาพร้อมแนะนำเหตุผลที่ควรเปลี่ยนการใช้คำ เพื่อให้เด็กเข้าใจ ไม่ควรลงโทษหรือดุว่า

ร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด

จะพบได้ว่าส่วนสูงและน้ำหนักของเด็กวัยนี้จะเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะเกิดการพัฒนาของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ รวมทั้งเริ่มมีกิจกรรมการเล่นที่ขยับร่างกายมากขึ้น เด็กวัยนี้สามารถวิ่ง กระโดด ยืนขาเดียว เขย่งเท้า ขึ้นลงบันไดได้อย่างคล่องแคล่วและถีบจักรยานสามล้อแบบง่ายๆ ได้ จึงควรส่งเสริมให้เด็กได้มีการออกกำลังกายด้วยการเล่นที่ปลอดภัย เพื่อเสริมให้เจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้สุขภาพช่องปากเป็นส่วนหนึ่งที่พัฒนาและเปลี่ยนแปลงในวัยนี้ หลังจากฟันน้ำนมขึ้นครบ 20 ซี่ในช่วงอายุ 2-3 ขวบแล้ว จะเริ่มพบว่าฟันน้ำนมหลุดเพราะฟันแท้เริ่มขึ้นมาในวัยนี้ การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมจึงมีบทบาทต่อการเสริมสร้างสุขภาพฟันแท้ที่แข็งแรงของวัยนี้ และป้องกันปัญหาสุขภาพในช่องปากอื่นๆ ที่อาจพบได้เมื่ออายุมากขึ้น ฉะนั้นการให้ความเอาใจใส่การเลือกอาหารและเสริมสร้างกิจกรรมทางกายของเด็กในวัยนี้ จึงมีบทบาทต่อพัฒนาการของการเจริญเติบโตเป็นอย่างมาก

เริ่มมีพัฒนาการของการเข้าสังคม

วัยนี้จะเริ่มพบปะกับบุคคลอื่นๆ นอกจากคนในครอบครัว บางครั้งจะพบกับเด็กวัยเดียวกันจากการที่พ่อแม่พาไปอยู่ศูนย์ดูแลเด็ก ซึ่งพฤติกรรมการอยู่กับผู้อื่นจะแตกต่างกันตามบุคลิกของเด็ก เช่น บางคนพึงพอใจที่จะเล่นอยู่คนเดียว ชอบการเฝ้ามองการเล่นของเพื่อนคนอื่นๆ หรืออาจมีกิจกรรมการเล่นด้วยกัน สิ่งสำคัญของช่วงวัยนี้คือ การสอนให้รู้จักการวางตัวกับผู้อื่น การแก้ไขปัญหาแบบง่าย เช่น การสื่อสารบอกอารมณ์หรือความต้องการของตนเองให้แก่ครูผู้ดูแลหรือเพื่อนร่วมห้อง และควรสอนให้รู้จักการมีกิจวัตรประจำวันที่แน่นอน เช่น แปรงฟัน รับประทานอาหาร หรือเข้านอนเป็นเวลา และผู้ใหญ่สามารถเป็นแบบอย่างทางพฤติกรรมที่ดีได้แก่เด็กในวัยนี้ เพราะวัยนี้จะมีพฤติกรรมการเลียนแบบมากขึ้น จึงเหมาะกับการสอนมารยาทและสิ่งที่ควรปฏิบัติ

จะเห็นได้ว่าแม้เป็นระยะเวลาเพียง 2 ปีของเด็กช่วงอายุ 3-5 ขวบ แต่ก็มีบทบาทอย่างมากต่อการพัฒนาการของลูกเราเลยทีเดียว ฉะนั้นวัยนี้จึงต้องการการเอาใจใส่ไม่แพ้เด็กเล็กหรือทารกแต่อย่างใด ทั้งทางด้านการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมและสมดุล และการออกกำลังกายหรือมีกิจวัตรประจำวันที่เพียงพอ

Copyright © 2016. Whatdidsheeat?
X