• LOGIN
  • No products in the cart.

อังกฤษลดคนอ้วนและเบาหวานจากการเก็บภาษีในน้ำหวาน

เชื่อว่าหลายๆ คนคงคาดไม่ถึงว่าเครื่องดื่มตามร้านสะดวกซื้อที่เราดื่มกัน เป็นประจำนั้นเต็มไปด้วยน้ำตาลหลายช้อนชา บางเครื่องดื่มเติมน้ำตาลลงไปเกิน 10 ช้อนชาต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ถึงแม้ว่าเมื่อเราดื่มแล้ว จะรู้สึกอร่อย ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น ดับกระหาย คลายร้อน แต่ในความเป็นจริงแล้วมัน กลับกลายเป็นภัยเงียบที่เราต่างก็ไม่รู้ตัวค่ะ !!!

ในช่วงเดือนเมษายน ปี 2018 ที่จะถึงนี้ ประเทศอังกฤษจะ ออกมาเสนอ ประเด็นเรื่องแผนการจัดเก็บภาษี จากเครื่องดื่มที่มีปริมาณ น้ำตาลเกินเกณฑ์มาตรฐานสุขภาพของประชาชนชาวอังกฤษ เนื่องจากมีผลการวิจัยพบว่าการออกแผนการจัดเก็บภาษี สามารถช่วยลด จำนวนประชากรชาวอังกฤษที่จะเป็นโรคอ้วนและอาจพัฒนาไปเป็นโรคเบาหวาน รวมถึงมีภาวะฟันผุได้อย่างมีนัยสำคัญ

ในงานวิจัยหนึ่งซึ่งศึกษาผลกระทบทางสุขภาพจากการเรียกเก็บภาษี พบว่าผลลัพธ์เชิงบวกต่อสุขภาพที่ดีที่สุดจะสามารถเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อผู้ประกอบการตัดสินใจลดปริมาณน้ำตาลในผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มต่างๆ ลง มากกว่าการยังคงปริมาณน้ำตาลเท่าเดิมแต่กลับขึ้นราคาเครื่องดื่มแทน

แผนการจัดเก็บภาษีดังกล่าวมีลำดับการเรียกเก็บตามอัตราดังนี้ เริ่มจากอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลน้อย จะไม่เรียกเก็บภาษี สำหรับเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลระดับปานกลาง ประมาณ 5-8 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร จัดเก็บภาษีในอัตราขั้นต่ำ และในเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูงมาก ประมาณ  8 กรัมหรือมากกว่า 8 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร จัดเก็บภาษีในอัตราขั้นสูง

กระทรวงสาธารณสุขของประเทศอังกฤษเผยว่าเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลนั้นถือเป็นแหล่งของน้ำตาลที่ใหญ่ที่สุดแหล่งเดียวสำหรับเด็ก ซึ่งปริมาณ น้ำตาลที่เด็กควรได้รับ คือ ประมาณไม่เกินวันละ 9 ช้อนชาต่อวัน หรือเพียงดื่มโคลาหนึ่งกระป๋องก็ครบโควต้าที่แนะนำไว้แล้ว

ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า มี 3 กลยุทธ์ที่เป็นไปได้ของผู้ประกอบการในการจัดการ กับมาตรการการจัดเก็บภาษีของรัฐ  กลยุทธ์แรกคือการเปลี่ยนจากสูตรเดิมเป็น สูตรที่มีปริมาณน้ำตาลลดลง แล้วให้ผู้บริโภคเป็นผู้รับภาษีนั้นเองจากการ เพิ่มราคาสินค้า หรือใช้เทคนิคทางการตลาดเพื่อดึงดูดลูกค้าให้หันมาดื่ม เครื่องดื่มสูตรใหม่ที่มีน้ำตาลน้อยลงแทน

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

งานวิจัยจากวารสาร Lancet Public Health ได้วางแผนการประเมิน ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งในกรณีที่เกิดผลดีและไม่ดีของโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคฟันผุ จากการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่ม แต่อย่างไรก็ตาม Adam Briggs หัวหน้าคณะผู้วิจัยแห่งมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดกล่าวว่า ผลงานวิจัยนี้ทำให้พบข่าวดีว่า ท่าทีของผู้ประกอบการมีแนวโน้มที่หันมา ใส่ใจเรื่องสุขภาพของผู้บริโภคและประโยชน์ของผู้บริโภค เนื่องจากการเรียกเก็บภาษีนั้นจะขึ้นอยู่กับท่าทีของผู้ประกอบการเป็นหลัก

ในการเลือกจัดเก็บภาษีจากปริมาณน้ำตาลนั้น ประเทศอังกฤษได้ร่วมมือกับ ประเทศเบลเยียม ฮังการี และเม็กซิโก โดยประเทศต่างๆ เหล่านี้ได้กำหนดรูปแบบ การจัดเก็บภาษีจากปริมาณน้ำตาลที่เติมเข้าไป ในขณะที่กลุ่มประเทศ สแกนดิเนเวียมีการจัดเก็บภาษีในรูปแบบคล้ายกันนี้มานานหลายปีแล้ว

จากการวิจัยพบว่าการลดปริมาณน้ำตาลลง 30% และ 15% ในเครื่องดื่ม ที่มีปริมาณน้ำตาลสูงและปานกลาง ตามลำดับ อาจส่งผลให้มีจำนวนผู้ใหญ่ และเด็กที่เป็นโรคอ้วนลดลงจนเหลือน้อยกว่า 14,400 คน ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ประเภทที่ 2 มีจำนวนน้อยกว่า 19,000 คนต่อปี และคนที่มีโรคฟันผุมีจำนวน น้อยกว่า 26,900 คนในทุกๆ ปี

การเรียกเก็บจากผู้บริโภคในจำนวนเงินมากกว่าครึ่งหนึ่งของการจัดเก็บภาษีจากการขึ้นราคาเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูงและปานกลางมากกว่า 20% นั้นอาจจะช่วยลดจำนวนผู้ใหญ่และเด็กที่เป็นโรคอ้วนได้ถึง 81,600 คน ส่งผลให้มีผู้ป่วยโรคเบาหวานจำนวนน้อยกว่า 10,800 คน และโรคฟันผุมีจำนวนน้อยกว่า 14,900 คนต่อปี

Briggs และทีมงาน ให้สัมภาษณ์สั้นๆ กับผู้สื่อข่าวในกรุงลอนดอนว่า ท่าทีของผู้ประกอบการที่เป็นไปได้จริงมากที่สุดนั้น อาจเกี่ยวข้องกับการใช้ แผนการต่างๆ ที่วางไว้ร่วมกัน ดังที่กล่าวไว้ในงานวิจัยข้างต้น ซึ่งอาจทำให้ เกิดประโยชน์มากขึ้น

ทิศทางของผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นมันชัดเจนแล้ว และการเรียกเก็บภาษีจะ เป็นผลลัพธ์ที่ดี โดยเฉพาะประโยชน์ต่อสุขภาพของเด็ก Susan Jebb อาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ,หัวหน้าคณะผู้วิจัย  กล่าว

ดังนั้นการจัดเก็บภาษีจึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่สำคัญของรัฐ สำหรับการจัดการปัญหาโรคอ้วนและเบาหวานของประเทศไทย ณ ขณะนี้ซึ่งมีแนวโน้มทวีความรุนแรงและเพิ่มอัตราการเกิดโรคอย่างน่ากังวล

อ้างอิง

Copyright © 2016. Whatdidsheeat?
X