• LOGIN
  • No products in the cart.

ปลาดิบ ของอร่อยที่ควรระวัง

ปลาดิบคงจะเป็นของโปรดของใครหลายๆ คนใช่ไหมคะ ในเมื่อตอนนี้บ้านเรามีกระแส อาหารญี่ปุ่นทั่วไปหมด ซูชิปลาแซลมอลมีวางขายตั้งแต่ในภัตรคารหรูจนไปถึงตลาดนัดหน้าปากซอย แต่การรับประทานปลาดิบจะมีประโยชน์ หรือจะเสี่ยงต่อการเกิดโทษขนาดไหน ลองมาดูกันค่ะ

 

อันตรายที่อาจแฝงมากับปลาดิบมีอะไรบ้าง?

1.พยาธิ

ของดิบทั้งหลายแหล่ไม่ว่าจะเป็นพืชผักหรือเนื้อสัตว์อาจเป็นแหล่งของพยาธิได้ค่ะ เพราะถ้าวัตถุดิบยังไม่ผ่านความร้อน อาจพยาธิเหล่านั้นก็จะยังคงมีชีวิตอยู่ และหากถูกกินเข้าไปพร้อมกับ อาหารแล้ว มันก็จะไปเจริญเติบโตต่อในร่างกายของเรา ซึ่งผลร้ายนั้นอาจจะไม่เกิดในทันที แต่จะเกิดใน ระยะยาวเมื่อพยาธิเหล่านั้นเติบโตขึ้น

2.แบคทีเรีย

ในตัวปลาดิบนั้นอาจพบแบคทีเรียได้ หากผ่านกระบวนการปรุงอาหาร นั้นไม่สะอาด ก็จะยิ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคมีเรียได้มากขึ้น ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้ก็จะยังตกทอดมาถึงเรา เพราะปลาดิบเป็นเมนูไม่ผ่านความร้อนซึ่งใช้ฆ่าเชื้อได้ ส่งผลให้เกิดภาวะอาหารเป็นพิษ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ได้ค่ะ

3.สารตกค้างปนเปื้อน

ในปลาหลายๆ ชนิดอาจตรวจพบสารตกค้าง เช่น สารตะกั่ว ได้ เนื่องจากมลพิษที่ปะปนอยู่ในแหล่งน้ำ ซึ่งการปรุงสุกจะสามารถลดปริมาณสารตกค้างเหล่านี้ได้ถึง 50 %  เมื่อเทียบกับปลาดิบ หากได้รับสารพิษเหล่านี้ในปริมาณมากๆ ก็จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังในอนาคตได้

 

แบบนี้ปลาดิบมียังจะประโยชน์อะไรบ้างไหม? …นอกจากความอร่อย

อย่าเพิ่งน้อยใจไป เพราะประโยชน์ของปลาดิบก็ยังมีอยู่บ้างค่ะ อย่างแรกเลยคือ เมนูอาหารที่ไม่ผ่านความร้อนจากการทอดหรือปรุงด้วยความร้อนจัดๆ นี้ จะช่วยลดความ เสี่ยงในการได้รับสารก่อมะเร็งที่อาจเกิดระหว่างการปรุงอาหารได้ เช่น น้ำมันที่โดยความร้อนนานๆ หรือเนื้อที่ไหม้ และประโยชน์ที่สองคือปลาดิบจะมีปริมาณโอเมก้าสามสูงกว่า ปลาที่ผ่านความร้อนแล้วค่ะ

แล้วจะกินปลาดิบอย่างไรให้ทั้งอร่อยและปลอดภัย ป้ามีเคล็ดลับมาฝากตรงนี้ค่ะ..

  1. เลือกกินปลาดิบจากร้านอาหารที่เชื่อถือได้เท่านั้น ร้านข้างทางที่ไม่ควบคุมหรือป้องกันนี่ เดินเลยไปดีกว่าค่ะ
  2. หากซื้อเนื้อปลามาทำเอง ควรซื้อปลาที่ถูกแช่แข็งที่อุณหภูมิ -20°C ในบรรจุภัณฑ์ปิดสนิทอย่างดี
  3. ปลาดิบที่อยู่นอกตู้เย็น ไม่ควรทิ้งไว้นานเกิน 2 ชั่วโมง
  4. ควรบริโภคให้หมดภายใน 2-3 วัน หลังซื้อหรือเปิดห่อรับประทาน
  5. ลองดมว่าปลาไม่มีกลิ่นเหม็น หรือเนื้อเละเกินไปก่อนบริโภค

 

หากทำตามที่แนะนำ เท่านี้คุณก็จะยังคงอร่อยกับรสชาติของปลาดิบได้ทั้งในร้านอาหารหรือที่บ้าน โดยที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคจากการกิบอาหารดิบได้แล้วล่ะค่ะ

อ้างอิง

  • Atli Arnarson . Is Eating Raw Fish Safe and Healthy? Retrieved March 12, 2017, from https://authoritynutrition.com/eating-raw-fish/
Copyright © 2016. Whatdidsheeat?
X