• LOGIN
  • No products in the cart.

ทำไมต้องน้ำมันมะกอก ?

เรื่องเกี่ยวกับน้ำมันมะกอก ใครสนใจ อ่านให้ฉ่ำปอดกันได้เลยค่ะ

ทำไมต้องน้ำมันมะกอก ?

ขึ้นชื่อว่าไขมันในอาหารแล้ว ใครต่อใครก็ต้องรู้สึกว่า มันคือตัวปัญหาของสุขภาพทันที ทั้งที่ความเป็นจริงนั้นเราอาจลืมไปว่า ไขมันก็ถูกจัดเป็นหนึ่งในอาหารห้าหมู่ในฐานะสารอาหารที่มีความสำคัญต่อร่างกาย ทว่าด้วยวัฒนธรรมและพฤติกรรมการกินอาหารในปัจจุบันนั้น มักทำให้พวกเราหลายคนได้รับไขมันในรูปแบบที่ไม่เหมาะสมมากขึ้น เช่น ปริมาณไขมันในเมนูขนมปังก้อนหนาใส่เนยน้ำผึ้งจานอร่อยเพียง 1 จานที่เราสามารถกินได้ภายใน 15 นาทีนั้น กลับให้ไขมันเพียงพอกับปริมาณที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวันเลยทีเดียว หรือขนมอบชิ้นโปรดหอมอร่อยที่มีส่วนประกอบของมาการีนหรือเนยเทียมซึ่งเป็นแหล่งของไขมันทรานส์ ที่มีผลกระทบอย่างมากต่อระดับไขมันในเลือดของเรา เป็นต้น ฉะนั้นวันนี้ป้าจะพูดถึงแหล่งไขมันชนิดหนึ่งที่มีผลดีต่อสุขภาพ อีกทั้งยังได้รับความสนใจในการศึกษาค้นคว้ามากมาย จนกระทั่งได้รับการรับรองจากหลายๆ องค์กรทางการแพทย์ว่า “เป็นไขมันที่ช่วยดูแลสุขภาพได้เป็นอย่างดี” ทายซิว่าป้ากำลังพูดถึงน้ำมันหรือไขมันประเภทไหน ? อาจมีคนเดาถูกค่ะว่า ป้ากำลังพูดถึงน้ำมันมะกอกและป้าเชื่อว่าใครหลายคนต่างก็รู้สรรพคุณและชื่อเสียงของน้ำมันมะกอกในแง่ของการเป็น

“น้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ”

กันเป็นอย่างดี สมมติว่าป้าให้เวลาทุกคนลองคิดถึงประโยชน์ของน้ำมันมะกอกว่า มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรหรือบำรุงรักษาระบบไหนของร่างกายบ้าง ทุกคนจะตอบว่าอะไรกันคะ ? หนึ่งในคำตอบเด่นๆ ที่น่าจะได้ยินกันคือ การป้องกันการเกิดโรคหัวใจค่ะ

น้ำมันมะกอกกับการป้องกันโรคหัวใจ

น้ำมันมะกอกถูกศึกษาค้นคว้ามาเป็นระยะเวลานานแล้ว ถึงคุณสมบัติในแง่ของการป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด จุดเริ่มต้นมาจากการตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมกลุ่มผู้คนที่อาศัยอยู่รอบๆ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในทวีปยุโรปนั้น มีอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดที่ต่ำมาก เมื่อเปรียบเทียบกับประชากรโลกในพื้นที่อื่นๆ พอวิเคราะห์เจาะลึกลงไปก็พบว่ากลุ่มคนเหล่านี้มีรูปแบบการรับประทานอาหารที่คล้ายกัน จึงเรียกรูปแบบการรับประทานอาหารแบบนี้ว่า “อาหารเมดิเตอร์เรเนียน” ประเด็นที่สำคัญที่ทำให้ประชากรเหล่านี้แตกต่างจากกลุ่มอื่นๆ คือ มีการเลือกใช้และรับประทานน้ำมันมะกอกเป็นแหล่งไขมันหลัก ในขณะที่ผู้คนในพื้นที่อื่นๆ จะเลือกใช้แหล่งไขมันเป็นเนย น้ำมันจากสัตว์หรือน้ำมันจากพืชชนิดอื่นๆ เช่น น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น ความน่าสนใจหลักเลยพุ่งเป้าไปที่น้ำมันมะกอกว่ามีสารอะไรหรือคุณสมบัติอย่างไรกันแน่ที่ช่วยให้คนแถบนี้ไม่ค่อยเป็นโรคหัวใจกันเลยค่ะ

เมื่อนำน้ำมันมะกอกมาวิเคราะห์ด้วยหลักการทางเคมีแล้วพบว่า

น้ำมันชนิดนี้มีองค์ประกอบของกรดไขมันชนิด MUFA (กรดไขมันไม่อิ่มตัว 1 ตำแหน่ง) อยู่สูงกว่าน้ำมันชนิดอื่นๆ ในขณะที่น้ำมันพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันเมล็ดทานตะวันจะมีระดับของกรดไขมันชนิดนี้ต่ำกว่า

แต่เอ… บางคนจะสงสัยว่า MUFA คืออะไร MUFA เป็นคำย่อที่มาจากคำว่า MonoUnsaturated Fatty Acid หรือ กรดไขมันไม่อิ่มตัว 1 ตำแหน่งค่ะ เรียกสั้นๆ ว่า MUFA (มู-ฟ่า) จัดว่าเป็นสารประกอบชนิดหนึ่งที่พบมากในน้ำมันมะกอกค่ะ

เรากลับมาที่การศึกษาผลของการรับประทานน้ำมันมะกอก เราพบสิ่งที่น่าสนใจคือ คนที่ได้รับกรดไขมันชนิด MUFA จากน้ำมันมะกอกเป็นประจำและได้รับกรดไขมันชนิดอื่นๆ ในสัดส่วนที่น้อยลง จะส่งผลให้คนนั้นมีระดับของคอเลสเตอรอลในเลือดชนิด LDL ที่ต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ได้รับกรดไขมันชนิด MUFA ในสัดส่วนที่น้อย ซึ่ง LDL เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ไขมันชนิด MUFA ยังมีผลในการป้องกันไม่ให้ HDL ต่ำลงได้อีกด้วย ซึ่ง HDL เป็นคอเลสเตอรอลชนิดดี ในผู้ที่มีระดับ HDL สูงกว่าจะพบว่ามีโอกาสการเกิดโรคหัวใจที่ต่ำกว่า เรียกได้ว่า MUFA ในน้ำมันมะกอกนั้นช่วยลดได้ทั้งตัวร้ายและป้องกันไม่ให้พระเอกเราลดลงอีกด้วยค่ะ
สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันมะกอก

นอกจากกรดไขมันชนิด MUFA ที่มีประโยชน์แล้ว ยังมีงานวิจัยที่พบว่า น้ำมันมะกอกมีสารอนุมูลอิสระอีกหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ Hydroxytyrosol ซึ่งเป็นสารประกอบที่ออกฤทธิ์และมีบทบาทในการป้องกันภาวะสารอนุมูลอิสระสะสมในร่างกายมากจนเกินไป จึงช่วยในการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหรือภาวะความผิดปกติที่มีสาเหตุมาจากสารอนุมูลอิสระได้ โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-communicable diseases : NCDs) เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน ฉะนั้นการบริโภคน้ำมันมะกอกนอกจากจะทำให้เราได้รับกรดไขมันที่มีผลในการป้องกันปัญหาทางสุขภาพแล้ว ยังทำให้เราได้รับสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มเติมอีกด้วยค่ะ

คำแนะนำในการบริโภคน้ำมันมะกอก

แม้จะมีรายงานถึงผลดีของการบริโภคน้ำมันมะกอกขนาดนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาก็ได้ย้ำว่า ประโยชน์จากการบริโภคน้ำมันมะกอกนั้นจะได้รับก็ต่อเมื่อมีการบริโภคน้ำมันมะกอกทดแทนการบริโภคไขมันเดิมๆ ที่เคยบริโภค อีกนัยหนึ่งคือ หากเรายังรับประทานไขมันเหมือนเดิมอยู่แล้วเพียงแค่เพิ่มน้ำมันมะกอกเข้าไปในชีวิตประจำวันนั้น เกรงว่าผลดีจากน้ำมันมะกอกจะไม่เกิดแต่อย่างใด คำแนะนำแบบง่ายๆ คือ บริโภคน้ำมันมะกอกในรูปของส่วนประกอบอาหารวันละ 2 ช้อนโต๊ะ (ซึ่งเอาไปทำอาหารผัดไฟไม่แรง เคลือบกระทะก่อนทอดไข่หรือทาเนื้อสัตว์ย่างก็ได้) และลดการบริโภคไขมันจากแหล่งอื่นๆ ลง ก็จะได้รับประโยชน์จากน้ำมันมะกอกอย่างเต็มที่ค่ะ
เอาเป็นว่าวันนี้จุใจกันเลยทีเดียวสำหรับประโยชน์ของการบริโภคน้ำมันมะกอก แม้น้ำมันชนิดนี้จะยังไม่แพร่หลายมากในเมืองไทย แต่สำหรับผู้ที่เอาใจใส่ในเรื่องของสุขภาพ การพิจารณาใช้น้ำมันมะกอกในการปรุงประกอบอาหารนั้นก็ดูเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจจริงไหมคะ ยังไงป้าก็ขอฝากน้ำมันมะกอกเอาไว้เป็นหนึ่งในตัวเลือกเพื่อสุขภาพของทุกคนค่ะ

#MyOliveOilMoments

อ้างอิง

  1. Estruch R, Ros E, Salas-Salvado´ J, et al. (2013) Primary prevention of cardiovascular disease with a Mediterranean diet. N Engl J Med 368, 1279–1290.
  2. Lo´pez-Miranda J, Pe´rez-Jime´nez F, Ros E, et al. (2010) Olive oil and health: summary of the II international conference on olive oil and health consensus report, Jaen and Co´rdoba (Spain) 2008. Nutr Metab Cardiovasc Dis 20, 284–294.
  3. Parkinson L, Keast R. Oleocanthal, a Phenolic Derived from Virgin Olive Oil: A Review of the Beneficial Effects on Inflammatory Disease. International Journal of Molecular Sciences. 2014;15(7):12323-12334. doi:10.3390/ijms150712323.
  4. Scarmeas N, Luchsinger JA, Mayeux R, Stern Y. Mediterranean diet and Alzheimer disease mortality. Neurology. 2007;69(11):1084-1093.
  5. US Food and Drug Administration (2004) Press Release P04-100, 1 November.
Copyright © 2016. Whatdidsheeat?
X