• LOGIN
  • No products in the cart.

“ถั่วเหลือง” ตกลงว่าดีหรือไม่ดี

ถั่วเหลือง นับเป็นอะไรที่เหล่าผู้รักสุขภาพทั้งหลายมักจะฟาดฟันกันอย่างต่อเนื่อง เพราะดูจะมีข้อมูลหลากหลายด้านเหลือเกิน บ้างก็บอกว่าถั่วเหลืองดีมีประโยชน์ บ้างก็ว่าถั่วเหลืองอันตราย เร่งมะเร็ง เร่งฮอร์โมน บลาๆ แบลๆ ว่าไปนั่น แล้วหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จริงๆ มันเป็นยังไง? ป้าจะมาชี้แจงแถลงไข ในแนวถาม-ตอบ แยกเป็นข้อๆ เลยแล้วกันนะคะ

1. โปรตีนถั่วเหลืองคุณภาพไม่ดีเท่าโปรตีนจากสัตว์?
ตอบ ไม่เชิงค่ะ หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินเรื่องของค่า Biological Value (BV) ซึ่งมักจะถูกใช้เพื่อบอกคุณภาพของโปรตีน ปัจจุบันเราพบว่าค่า BV นั้นสามารถถูกรบกวนได้จากหลายปัจจัยค่ะ (ขออนุญาตไม่ลงรายละเอียดในที่นี้) นั่นทำให้วิธีวิเคราะห์โปรตีนพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้เราจะใช้ค่าที่เรียกว่า PDCAAS เป็นหลักค่ะ จากรายงานของผู้เชี่ยวชาญจาก FAO/WHO ที่ตีพิมพ์ในปี 1989 (จริงๆ ก็นานมากแล้วนะคะ) พบว่า เมื่อดูค่า PDCAAS ที่คะแนนเต็ม 100% โปรตีนแต่ละชนิดมีค่า PDCAAS ดังนี้ค่ะ
– โปรตีนในนม 100
– ไข่ขาว 100
– เนื้อวัว 92
– โปรตีนถั่วเหลือง 92
– ถั่วแดง 68
– แป้งสาลี 40

เพราะงั้น โปรตีนถั่วเหลืองมีคุณภาพที่ดีไม่น้อยไปกว่าโปรตีนจากสัตว์ค่ะ
(Ref: Joint FAO/WHO expert consultation on protein quality evaluation.1989.)

2. ถั่วเหลืองเร่งมะเร็งเต้านม?
ตอบ ไม่ใช่ค่ะ มีการศึกษาที่รวบรวมงานวิจัยที่มีการตีพิมพ์มาแล้วอีกที เกี่ยวกับการบริโภคสารไอโซฟลาโวน (ซึ่งมีมากในถั่วเหลือง) กับการเกิดโรคมะเร็งเต้านม เราพบว่าในผู้หญิงเอเชีย ยิ่งกินถั่วเหลืองมาก โอกาสในการเกิดมะเร็งเต้านมยิ่งลดลง แต่เราไม่พบความสัมพันธ์นี้ในผู้หญิงตะวันตก คำอธิบายก็คือ ปริมาณการกินถั่วเหลืองของชาติตะวันตกและชาติตะวันออกต่างกันมากๆ มีงานวิจัยบอกเหมือนกันว่าปริมาณไอโซฟลาโวนเฉลี่ยของคนอเมริกันที่กิน ประมาณ 3 มิลลิกรัมต่อวัน แต่คนเอเชีย ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 30-50 มิลลิกรัม ต่างกันไปในแต่ละประเทศ จะเห็นว่าต่างกัน 10-15 เท่าเลยทีเดียว เพราะงั้นจึงสรุปว่าในผู้หญิงชาวเอเชีย การกินถั่วเหลืองยิ่งมาก อัตราการเกิดโรคมะเร็งเต้านมยิ่งน้อยค่ะ
(Ref: Xie Q et al. Asia Pac J Clin Nutr. 2013.)

3. ถ้าเป็นมะเร็งเต้านมแล้ว กินถั่วเหลืองจะยิ่งเร่งมะเร็ง?
ตอบ ไม่จริงค่ะ ป้าเข้าใจได้ว่ามีความกังวล เนื่องจากไอโซฟลาโวนมันมีหน้าตาคล้ายๆ กับฮอร์โมนเอสโตรเจนในเพศหญิง แต่จะต้องบอกว่าฤทธิ์ของไอโซฟลาโวนนั้นอ่อนกว่าเอสโตรเจนมากๆๆๆ ทำให้ในบางครั้งแทนที่มันจะออกฤทธิ์ส่งเสริม มันกลับเป็นการต้านฤทธิ์ของฮอร์โมนเอสโตรเจนไปอีกค่ะ ทำให้โอกาสที่ฮอร์โมนจะไปเร่งทำให้เกิดเซลล์ผิดปกติจนกลายเป็นมะเร็งลดลงค่ะ นอกจากนี้ มีการศึกษาที่ถูกตีพิมพ์เมื่อไม่นานมานี้พบว่า ผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านมแล้ว ยิ่งกินถั่วเหลือง โอกาสในการเกิดมะเร็งเต้านมครั้งที่สองยิ่งลดลงค่ะ
(Ref: Nechuta SJ et al. Am J Clin Nutr. 2012.)

4. เด็กๆ กินถั่วเหลืองมาก ประจำเดือนจะมาเร็ว?
ตอบ มีความกังวลนี้เกิดขึ้น ก็เนื่องจากความรู้เกี่ยวกับความเป็นฮอร์โมนของไอโซฟลาโวนอีกเช่นกัน ก็มีการศึกษายืนยันในปี 2014 ที่ผ่านมา พบว่าการกินถั่วเหลืองไม่ได้สัมพันธ์กับเวลาในการมีประจำเดือนครั้งแรกแต่อย่างใด ที่สำคัญคือเราพบว่า ยิ่งกินถั่วเหลืองในช่วงวัยเด็ก โอกาสเกิดมะเร็งเต้านมตอนโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะลดน้อยลงด้วย และผลนี้พบได้ทั้งในผู้หญิงเอเชียและผู้หญิงตะวันตกด้วยนะคะ
(Ref: Segovia-Siapco G et al. Nutr J. 2014., Shu XO et al. Cancer Epidemiol Biomarkers Prev. 2001., Korde LA et al. Cancer Epidemiol Biomarkers Prev. 2009.)

5. ผู้ชายกินถั่วเหลือง เสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมากหรือไม่?
ตอบ ความกังวลนอกจากในเพศหญิงแล้ว เรายังพบว่ามีความกังวลว่ามันจะไปเร่งมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชายด้วย ก็มีการยืนยันในปี 2009 จากงานวิจัยที่รวมงานวิจัยอื่นมาอีกที (สังเกตว่าป้าพยายามจะหยิบเอางานวิจัยประเภทนี้มาเล่าตลอด เพราะความน่าเชื่อถือมันสูงกว่าการอ้างอิงงานวิจัยเดี่ยวๆ) พบว่ายิ่งกินถั่วเหลือง โอกาสในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากยิ่งลดลงค่ะ
(Ref: Yan L et al. Am J Clin Nutr. 2009.)

6. ไม่เป็นมะเร็ง แต่เป็นหมันได้มั้ย?
ตอบ จริงๆ ข้อนี้น่าจะเป็นที่กังวลมากกว่าข้อที่แล้ว ผู้ชายหลายๆ ท่านกินแล้วกลัวความสามารถในการผลิตฮอร์โมนเพศชาย สเปิร์ม ไปจนถึงสมรรถภาพทางเพศจะหายไปเมื่อกินถั่วเหลือง แต่เราก็มีคำตอบเช่นกันค่ะ งานวิจัยในปี 2010 ที่รวบรวมงานชาวบ้านมาอีกทีพบว่า การกินถั่วเหลืองไม่ได้ส่งผลเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนเพศชายในผู้ชายแต่อย่างใดค่ะ
(Ref: Hamilton-Reeves JM et al. Fertility Sterility. 2010.)

จากทั้ง 6 ข้อที่สรุปมา ป้าในฐานะของนักกำหนดอาหารจะต้องบอกว่า ถั่วเหลืองเป็นอาหารที่ดีอย่างหนึ่งค่ะ โดยเฉพาะกับผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติหรือในช่วงเทศกาลกินเจ ที่มีอาหารสารพัดอย่างดูจะเป็นแป้งและไขมันที่ค่อนข้างเยอะ การเลือกถั่วเหลืองหรือผลิตภัณฑ์อาหารที่ทำจากถั่วเหลือง เช่น น้ำเต้าหู้ เต้าหู้ เป็นต้นบ้าง น่าจะเป็นการเพิ่มสัดส่วนโปรตีนในอาหารได้มากขึ้น และน่าจะเป็นตัวที่ทำให้อาหารโดยรวมมีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีขึ้นได้ค่ะ

Copyright © 2016. Whatdidsheeat?
X